Home > NEWS > ฟอร์ดร่วมงาน CES Asia 2015เผยวิสัยทัศน์สุดล้ำเพื่อการสัญจรในอนาคต

ฟอร์ดร่วมงาน CES Asia 2015เผยวิสัยทัศน์สุดล้ำเพื่อการสัญจรในอนาคต

Jim Buczkowski (left), director, Electrical and Electronics Systems, Research and Advanced Engineering, Ford Motor Company, and Joe Beiser, director, Ford Connected Vehicles and Services, Ford Asia Pacific and Europe

Jim Buczkowski (left), director, Electrical and Electronics Systems, Research and Advanced Engineering, Ford Motor Company, and Joe Beiser, director, Ford Connected Vehicles and Services, Ford Asia Pacific and Europe

ฟอร์ดเดินหน้าขนทัพนวัตกรรมเพื่อยานยนต์แห่งอนาคตสู่เวที CES Asia 2015ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ครบครันทั้งเทคโนโลยีขั้นทดลองภายใต้แผนการสัญจรอัจฉริยะ (Smart Mobility) และระบบเพื่อการเชื่อมต่อภายในรถยนต์รุ่นล่าสุด พร้อมแนะนำแนวคิดเพื่อวิถีชีวิตแบบประหยัดพลังงานภายใต้โครงการ MyEnergi Lifestyle ในประเทศจีนเป็นครั้งแรก เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีล่าสุด เพื่อกำหนดทิศทางของโลกยานยนต์ในอนาคต นอกจากนี้ ฟอร์ดยังประกาศเปิดตัวโครงการ GoDrive ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้พักอาศัยในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จำนวน 2,000คน ได้ร่วมทดลองระบบการแบ่งใช้รถยนต์รูปแบบใหม่ ด้วยรถยนต์จำนวน 50คันเพื่อการขับขี่และโดยสารของสมาชิกโครงการ พร้อมให้บริการครอบคลุมพื้นที่ตัวเมืองด้วยจุดบริการกว่า 20จุด
บูธของฟอร์ดในงาน CES Asia 2015จะจัดแสดงเทคโนโลยีขั้นทดลองจากสองโครงการภายใต้แผนการสัญจรอัจฉริยะ พร้อมด้วย ระบบสั่งงานด้วยเสียง ซิงค์ 3ซึ่งเป็นระบบเพื่อการเชื่อมต่อภายในรถยนต์รุ่นล่าสุดของฟอร์ด นอกจากนั้นยังจัดแสดง รถยนต์ ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ นิทรรศการวิถีชีวิตแบบประหยัดพลังงาน MyEnergi Lifestyle ซูเปอร์คาร์ ฟอร์ด จีที ใหม่ และไฮไลท์อื่นๆ อีกมากมาย
“ฟอร์ดได้คิดค้นนวัตกรรมอันน่าตื่นตาตื่นใจมาโดยตลอดในรอบศตวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากเราต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนนับล้านทั่วโลกให้ดียิ่งขึ้น” มร. จอห์น ลอว์เลอร์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฟอร์ด ประเทศจีน กล่าว “ผลงานการคิดค้นภายใต้แผนการสัญจรอัจฉริยะที่นำมาจัดแสดงในงาน CES Asia ครั้งนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าล่าสุดจากฟอร์ดในการยกระดับประสบการณ์การขับขี่และมอบความสะดวกสบายในการเดินทางสัญจรให้กับทุกคน”
ฟอร์ดได้สร้างสรรค์แผนการสัญจรอัจฉริยะ (Smart Mobility) ขึ้นเพื่อคาดการณ์ถึงแนวโน้มและทิศทางของการพัฒนาระบบคมนาคมในอนาคต โดยในระยะแรกของแผน ฟอร์ดได้ทำการทดสอบนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มุ่งตอบโจทย์ใน 4เทรนด์สำคัญของโลก อันได้แก่จำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กลุ่มชนชั้นกลางที่ขยายตัวขึ้น ปัญหาด้านคุณภาพอากาศและสุขภาพ และทัศนคติที่และความต้องการเปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า โดยนวัตกรรมเหล่านี้จะมุ่งในการจัดการกับข้อจำกัดด้านการเดินทางสัญจรในระดับส่วนบุคคลอีกด้วย
“ภายใต้แผนการสัญจรอัจฉริยะนี้ ฟอร์ดได้ลงมือพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และมีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ของลูกค้า รวมถึงปูทางเข้าสู่ยุคใหม่ของการคมนาคมอย่างเต็มตัว” มร.จิม บัซคอฟสกี้ ผู้อำนวยการฝ่ายระบบไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ วิจัย และวิศวกรรมชั้นสูงของฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าวเสริม “ตัวอย่างเช่นโครงการทดลอง GoDrive London ซึ่งเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าร่วมการทดลอง อันจะช่วยให้เราเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสามารถสร้างสรรค์ระบบการแบ่งใช้รถยนต์ที่ตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด”

บริการแบ่งใช้รถยนต์ที่พัฒนาจากข้อมูลผู้บริโภค
โครงการ GoDrive เป็นแผนงานระยะที่สองของฟอร์ดในการทดลองนวัตกรรมบริการเพื่อการขับขี่ในตัวเมือง ในรูปของบริการแบ่งใช้รถภายใต้แผนการสัญจรอัจฉริยะ โดยฟอร์ดจะเชิญชวนบุคคลทั่วไปจำนวน 2,000คนให้เข้าร่วมทดลองใช้งานบริการนี้ ซึ่งประกอบไปด้วยรถยนต์ฟอร์ด 50คัน จาก 20สถานีบริการรอบกรุงลอนดอน
ข้อมูลจากการทดลองในระยะแรกเผยว่าผู้ใช้บริการแบ่งใช้รถยนต์จะพิจารณาการเดินทางแบบเที่ยวเดียว ความสะดวกสบายในการจอดรถ และรูปแบบการคิดราคาที่ไม่ซับซ้อน เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้โปรแกรมนี้ประสบความสำเร็จได้
“การทดลองโครงการ GoDrive ในระยะแรก ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก เราจึงตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้ขยายการบริการให้ผู้ขับขี่ได้ทดลองกันเป็นจำนวนมากขึ้น เพื่อร่วมกันเรียนรู้ว่าบริการแบ่งใช้รถยนต์ที่ดีที่สุดจะมีลักษณะเป็นอย่างไร” มร.บัซคอฟสกี้กล่าว “เมืองใหญ่ทุกวันนี้มีประชากรหนาแน่น และการมีรถยนต์เป็นของตนเองก็อาจไม่ใช่คำตอบที่คุ้มค่าหรือสะดวกสบายที่สุดเสมอไปสำหรับการเดินทางสัญจร ฟอร์ดจึงเดินหน้าทดลองบริการแบ่งเช่ารถนี้ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก เพื่อปรับแต่งให้บริการในรูปแบบนี้สามารถอำนวยความสะดวกในการสัญจรได้ทั่วโลก”
ในเมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย ฟอร์ดได้ร่วมมือกับซูมคาร์เพื่อทดลองบริการแบ่งใช้รถในชุมชนระบบปิด โดยมุ่งพัฒนาให้เกิดบริการที่เอื้อต่อการแบ่งใช้งานรถยนต์ร่วมกันระหว่างเพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้านในอพาร์ทเมนต์ หรือครอบครัวเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคที่ไม่สามารถซื้อรถยนต์ไว้เป็นของตัวเองได้ และผู้ที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์เป็นประจำ ได้รับประโยชน์กันอย่างถ้วนทั่ว
บริการแบ่งใช้รถยนต์ในบังกาลอร์ ใช้รถยนต์ ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต 3คัน ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์เก็บข้อมูลในตัวรถ โดยข้อมูลจากอุปกรณ์ดังกล่าวนี้จะถูกนำไปวิเคราะห์ทั้งในด้านเส้นทางการขับขี่และพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ เพื่อนำไปวางระบบตารางเวลาและสิทธิการใช้งานรถยนต์ต่อไป

ใช้พลังงานอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด MyEnergi Lifestyle
ฟอร์ดได้ผนึกกำลังกับผู้นำจากวงการเครื่องใช้ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และโซลูชั่นการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อเปิดตัวโครงการนำร่อง MyEnergi Lifestyle ในเซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง โดยมุ่งเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงคุณประโยชน์จากการเลือกใช้งานผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงานต่างๆ แนวคิด MyEnergi Lifestyle นี้ เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าการใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียน อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และรถยนต์แบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด จะช่วยให้ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในครอบครัวลดลงเป็นอย่างมาก ทั้งยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศได้อีกด้วย
“การสร้างกระแสการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน ถือเป็นหนึ่งในโจทย์ที่ท้าทายที่สุดที่เราต้องเผชิญ” มร.ไมค์ ทินสกี้ ผู้อำนวยการฝ่ายยานพาหนะไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานของฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี เผย “ไม่มีบุคคล ผลิตภัณฑ์ หรือบริษัทใดที่จะสามารถตอบโจทย์นี้ได้แต่เพียงผู้เดียว ดังนั้น เราจึงรู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานอย่างไฮเออร์ ทรินา โซลาร์ และเดลตา อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้นในอนาคต ทั้งในประเทศจีนและทั่วโลก”
โครงการนำร่อง MyEnergi Lifestyle ในประเทศจีนเป็นผลงานการพัฒนาของฟอร์ดและนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย โดยคาดว่ารูปแบบไลฟ์สไตล์ตามคำแนะนำของโครงการนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพลังงานลงได้ถึง 63%หรือแบ่งออกเป็นค่าไฟฟ้าที่ลดลง 40%และค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงอีก 69%คิดเป็นมูลค่ารวมราว 9,400หยวนต่อปี ส่วนระดับการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ก็จะลดลงถึง 45%หรือคิดเป็นปริมาณกว่า 6,828กิโลกรัม นอกจากนี้ ปริมาณการปล่อยก๊าซและอนุภาคที่ก่อให้เกิดมลภาวะก็จะลดลงเป็นอย่างมากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยอนุภาค PM2.5และ PM10ที่ลดลง 32%และ 35%ตามลำดับ หรือระดับการปล่อยไนโตรเจนออกไซด์และซัลเฟอร์ออกไซด์ที่ปรับตัวลงกว่า 38%

เปลี่ยนรูปแบบการจอดรถด้วยเทคโนโลยีล้ำยุค
ในงาน CES Asia ครั้งนี้ ฟอร์ดจะทำการจัดแสดง 2เทคโนโลยีการขับขี่ล่าสุดที่กำลังทดสอบอยู่ในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ระบบเคลื่อนย้ายรถยนต์ทางไกล (Remote Repositioning) และระบบค้นหาช่องจอดว่าง (Parking Spotter)
สำหรับการทดลองระบบเคลื่อนย้ายรถยนต์ทางไกลนั้น ฟอร์ดและสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจียได้ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมไว้ภายในรถกอล์ฟคันหนึ่ง ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถคันนี้จากทางไกลได้ ผ่านทางการเชื่อมต่อไร้สายแบบ LTE
“เมื่อติดตั้งอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว คุณก็สามารถขับรถกอล์ฟคันนี้จากระยะไกลได้ ราวกับการเล่นเกมเลยทีเดียว” มร.บัซคอฟสกี้กล่าว “เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลายรูปแบบ ทั้งเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพของบริการแบ่งใช้รถยนต์ หรือเรื่องเล็กๆ เช่นการหลบฝนโดยให้รถเคลื่อนมาหาผู้ขับขี่ แทนที่จะต้องออกไปลุยฝนด้วยตัวเอง”
ในกรณีของบริการแบ่งใช้รถยนต์นั้น เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ควบคุมให้รถยนต์เดินทางจากจุดจอดล่าสุดไปยังจุดที่ลูกค้าคนถัดไปรออยู่โดยไม่ต้องมีผู้ขับขี่ในตัวรถ ทั้งยังอาจนำไปสู่บริการรับจอดรถที่แพร่หลายยิ่งขึ้นและมีราคาถูกกว่าในปัจจุบันอีกด้วย
ส่วนระบบค้นหาช่องจอดว่าง เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างฟอร์ดและสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจียในการทดสอบเทคโนโลยี โดยนำข้อมูลที่เก็บได้จากระบบโซนาร์และเรดาร์ ซึ่งมีติดตั้งอยู่ในรถยนต์ฟอร์ดอยู่แล้ว มาใช้ค้นหาช่องจอดที่ใช้การได้ รถยนต์ที่ติดตั้งระบบทดลองนี้จะขับขี่ไปรอบๆ ลานจอดรถด้วยความเร็วที่ต่ำกว่า 10ไมล์ต่อชั่วโมง เพื่อค้นหาช่องจอดที่ยังว่างอยู่ ก่อนจะอัพโหลดข้อมูลไปยังระบบคลาวด์ที่เป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ผู้ขับขี่รายอื่นๆ สามารถหาที่จอดรถได้สะดวกยิ่งขึ้น เทคโนโลยีระบบค้นหาช่องจอดว่างนี้อาจช่วยลดความกังวลใจของผู้ขับขี่ในขณะหาช่องจอด และยังช่วยประหยัดเวลาในการจอดรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ใจกลางเมืองที่มีรถยนต์สัญจรหนาแน่น
“นวัตกรรมขั้นทดลองเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิดของฟอร์ดในการพลิกโฉมนวัตกรรมยานยนต์ในยุคแห่งเทคโนโลยีนี้” มร.บัซคอฟสกี้กล่าว “โครงการทดลองทั้งสองที่จัดแสดงที่งาน CES นี้นำเอาเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วมาปรับใช้ในรูปแบบใหม่ จนสามารถก้าวผ่านขีดจำกัดที่มีอยู่เดิมในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการสัญจรสำหรับทุกคน”

จับมือเครือข่ายมหาวิทยาลัยพันธมิตร เดินหน้าทดลองนวัตกรรมในประเทศจีน
ในงาน CES Asia นี้ ฟอร์ดยังได้เปิดเผยถึงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยฉงชิ่ง และสถาบันวิจัยเชิงวิศวกรรมเพื่อระบบคมนาคมอัจฉริยะแห่งฉงชิ่ง เพื่อพัฒนาโมเดลต้นแบบที่มีความแม่นยำและคาดการณ์ได้มากขึ้นสำหรับบริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนที่ใช้ยานพาหนะหลายรูปแบบ โดยโครงการวิจัยนี้จะใช้รถโดยสารประจำทางจำนวน 8,900คันที่ติดตั้งอุปกรณ์ GPS ให้บริการบนเส้นทางรวมทั้งสิ้น 520สายในเมืองฉงชิ่ง เก็บข้อมูลเพื่อนำมาประมวลผลและวิเคราะห์หาวิธีการลดเวลาเดินทางและการใช้พลังงานเชื้อเพลิงในแต่ละสาย ทั้งยังแจ้งให้ผู้โดยสารทราบถึงระยะเวลาการรอรถโดยละเอียดด้วยข้อมูลตรงเกี่ยวกับการเดินทางและเวลาการมาถึงแบบเรียลไทม์จากรถประจำทางทุกคัน
“โดยส่วนใหญ่แล้ว โมเดลที่ใช้คาดการณ์เวลาที่รถจะเดินทางมาถึงของรถประจำทางในประเทศจีนจะใช้จำนวนป้ายจอดที่อยู่ระหว่างผู้ใช้และตัวรถเองเป็นตัวแปรในการคิดคำนวณ” มร.บัซคอฟสกี้เผย “ด้วยการเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ เราจึงสามารถปรับระบบตารางเดินรถให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้สัญจรสามารถใช้เวลาการเดินทางของตนได้คุ้มค่ายิ่งขึ้น และเลือกเดินทางต่อด้วยรถไฟหรือรถไฟใต้ดินได้โดยสะดวก”
นอกจากระบบดังกล่าวนี้แล้ว ฟอร์ดยังเผยถึงการดำเนินงานในการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคในการใช้งานระบบขนส่งมวลชนของนครปักกิ่ง โดยบริษัทจะร่วมมือกับทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา เพื่อนำผลงานจากโครงการวิจัยในเมืองพอร์ทแลนด์ รัฐโอเรกอน ที่จัดทำขึ้น เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคในการเดินทางไม่ว่าจะเป็นการขับขี่รถยนต์ รถจักรยาน เดินเท้า และการใช้ระบบขนส่งมวลชน มาประยุกต์ใช้ในประเทศจีน สำหรับงานวิจัยในปักกิ่งนี้จะครอบคลุมผู้สัญจรจำนวน 2,000คน จากพื้นที่ถนนวงแหวนรอบเมืองทั้ง 6สาย และบริการขนส่งมวลชนถึง 8รูปแบบด้วยกัน

ระบบการเชื่อมต่อแห่งอนาคต และผู้สนับสนุนแพลตฟอร์ม แอพลิงค์” รายใหม่
ผู้เข้าชมบูธฟอร์ดในงาน CES Asia ทุกท่านจะมีโอกาสได้สัมผัสกับ ระบบสั่งงานด้วยเสียง ซิงค์ 3ซึ่งเป็นระบบเพื่อการเชื่อมต่อในตัวรถรุ่นล่าสุดของฟอร์ด ซึ่งมาพร้อมกับประสิทธิภาพที่เหนือชั้นกว่า การรองรับคำสั่งด้วยเสียงที่กว้างขวางยิ่งขึ้น พร้อมด้วยเมนูและระบบทัชสกรีนที่เข้าใจง่าย ใช้ควบคุมทั้งอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง เครื่องปรับอากาศ สมาร์ทโฟน และอื่นๆ อีกมากมาย
“ฟอร์ด ซิงค์ 3จะช่วยให้ผู้ขับขี่ยังคงเชื่อมต่ออยู่กับทุกด้านของชีวิตแม้ในขณะเดินทาง” มร.โจ เบเซอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อการเชื่อมต่อในรถยนต์ของฟอร์ด เอเชียแปซิฟิกและยุโรป กล่าว “ด้วยแพลตฟอร์ม แอพลิงค์ ผู้ขับขี่รถยนต์ฟอร์ดจะมีวิธีการใหม่ๆ ในการใช้งานแอพพลิเคชั่นโปรดในมือถือ โดยที่ไม่ต้องปล่อยมือจากพวงมาลัยหรือละสายตาจากท้องถนนเลย”
ในโอกาสนี้ ฟอร์ดได้เปิดตัวความร่วมมือกับผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มแอพลิงค์อีก 3ราย เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ใช้งานแอพยอดนิยมจากสมาร์ทโฟนอย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็น Ximalaya ผู้ให้บริการคอนเทนท์เสียงชั้นนำของจีน ครอบคลุมทั้งข่าว หนังสือเสียง รายการตลก และอื่นๆ Radio.cn สถานีวิทยุออนไลน์ที่ครบครันทั้งรายการสดและเทปบันทึกรายการจากสถานีวิทยุแห่งชาติของจีน และ NetEase แอพสตรีมเพลงที่สามารถเรียกฟังกันได้แบบออนไลน์โดยไม่ต้องดาวน์โหลดก่อน
ส่วนบริการช่วยเหลือเหตุฉุกเฉินรุ่นล่าสุด ซึ่งใช้ระบบซิงค์ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ก็จะนำมาเปิดตัวในประเทศจีนอย่างเป็นทางการในอนาคตอันใกล้ โดยระบบดังกล่าวจะติดต่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางโทรศัพท์ทันทีที่พบว่าถุงลมนิรภัยทำงาน หรือมีการปิดสวิทช์ปั๊มเชื้อเพลิงในกรณีฉุกเฉิน เพื่อแจ้งการเกิดอุบัติเหตุพร้อมด้วยข้อมูลพิกัด GPS สำหรับในรุ่นล่าสุดนี้ ฟอร์ดสามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบถึงข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการชน (ด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง หรือพลิกคว่ำ) สถานะการใช้เข็มขัดนิรภัย จำนวนครั้งการชน และสถานะของระบบถุงลมนิรภัย
“ฟังก์ชันใหม่ของระบบช่วยเหลือฉุกเฉินที่จะนำมาเปิดตัวในประเทศจีนนี้จะส่งมอบข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมให้กับเจ้าหน้าที่กู้ภัย เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” มร.เบเซอร์เสริม
ผู้เข้าชมที่บูธฟอร์ดในงาน CES Asia จะได้ทดลองใช้งานแอพต่างๆ บนแพลตฟอร์ม ฟอร์ด แอพลิงค์และซิงค์ 3ทั้งยังได้ใกล้ชิดกับซูเปอร์คาร์ ฟอร์ด จีที รุ่นล่าสุด และพบกับประสบการณ์การใช้งาน ซิงค์ 2แบบเสมือนจริง (Virtual Reality) ด้วยอุปกรณ์ Oculus Rift
งาน CES Asia 2015 จะจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการนานาชาติใหม่ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ในวันที่ 25 ถึง 27 พฤษ

ที่มา: http://www.thannews.th.com/index.php?option=com_content&view=article&id=279212&catid=176&Itemid=524#.VWSH72C71-0

Categories: NEWS
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: